cardiff เป็นเมืองหลวงของแคว้นWales ตั้งแต่ปีคศ.1955 นับได้ว่าเป็นเมืองหลวงในยุโรปที่อายุน้อยที่สุด
ระหว่างเทือกเขาเบรคอนบีคอนส์กับเขตอุสาหกรรมชายฝั่งทะเลทิศใต้ มีหุบเขาเมอร์เทอร์ เอ็บบุเวล รอนทา และนีธ
ชื่อล้วนมีความหมายว่าทำเหมืองแร่ และรวมเป็นเมืองท่าถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ Cardiff
แต่จากทศวรรษ 1990มา เหลือเหมืองถ่านหินเพียงหยิบมือ Cardiffเมืองหลวงของแคว้นเวลส์นี้ มีประชากรเพียง280,000คน
Cardiffได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของปราสาทมากที่สุดในยุโรป
มีปราสาทCardiff Castle ปราสาทคูเมือง กำแพงชั้นนอกเป็นงานก่อหินครั้งโรมัน และมีหอคอยของพวกนอร์มัน ซึ่งรอเบิร์ต ฟิตซ์ฮามอนสร้างเมื่อสิ้นศตวรรษที่11
Cardiffรุ่งเรืองถึงขีดสุดระหว่างปี1867-1872ช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม ช่วงนั้น ถ่านหินหรือ"เพชรดำ"ถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานหลอมโลหะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อผลิตทองแดง
ทองแดงเป็นแร่ธาติที่พบได้ทั่วไปในเขตหุบเขา หากแต่ที่เวลส์ตอนใต้นั้นมีมากเป็นพิเศษ ช่วงก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่1 ปั1913 โรงงานเหล่านี้มีผลผลิตถึง56.8ล้านตัน
ในปี1921มีคนงานทำงานในอุตสาหกรรมหลอมโลหะถึง271,000คน โดยในหุบเขารอนดาเพียงแห่งเดียว ก็มีหลุมถ่านหินถึง66หลุม
แม้ต่อมาความต้องการถ่านหินจะลดลง แต่ก็ยังมีเข้าของเหมืองบางรายที่ยังคงเปิดทำการต่อ กลุ่มผู้เก็งกำไรกลุ่มหนึ่งลงทุนซื้อเหมืองแห่งสุดท้ายของเวลส์ไปในราคา1.9ล้านปอนด์ จากนั้นได้ส่งผลผลิตไปขายทั่วยุโรป หรือแม้แต่ตัดราคาผลผลิตจากเอเซีย เมื่อสิ้นปีแรกเหมืองทำกำไร2ล้านปอนด์
เช้าวันที่21ตุลาคม1966 ได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมข้นที่หมู่บ้านทัฟ วัลเลย์ ในเขตอาเบอร์แฟน เมื่อกลุ่มดินหินจำนวนมหาศาลได้ถล่มลง เพราะปริมาณน้ำฝนที่ตกลงอย่างหนักก่อนหน้านั้น ยอดเขาดินกลายเป็นทะเลโคลนและไหลเลื่อนลงสู่หมู่บ้านเบื้องล่าง และจุดหมายปลายทางของมันก็คือโรงเรียนเด็กประถมของหมู่บ้าน และได้คร่าชีวิตเด็กๆไปถง116คนและผู้ใหญ่อีก28คน ทุกวันนี้ยังคงมองเห็นทิวแถวของหลุมศพผู้เคราะห์ร้ายที่สุสานอาเบอร์แฟน
มาควิสต์แห่งบิวต์ สร้างหอนาฬิกาและห้องโถงต่อเติมที่ปราสาทแดง Castle Coch(ภาษา Welshแปลว่าปราสาทแดง) ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างโดยIfor Bach บารอนท้องถิ้นในยุคกลาง
Cardiff City Hallตั้งอยู่ระหว่างCathays Park's และนับว่าเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวและParkเฉลี่ยมากประมาณ10%ของพื้นที่ทั้งหมด
|