จากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยังเมืองBath ซึ่งอยู่ห่างจากLondonไปทางทิศตะวันตก159กิโลเมตร
ปัจจุบันมีประชากรเพียง80,000คน ถูกตั้งเป็นเมืองในสมัยของราชินีElizabeth 1ในปีคศ.1590
สภาพของเมืองค่อนข้างอนุรักษ์ให้เป็นอาคารบ้านเรือนในสมัยเก่า
เมืองบาธเป็นเมืองน้ำแร่ที่ขึ้นชื่อที่สุดของอังกฤษ อยู่ทางทิศตะวันตก หรือถ้าตั้งต้นจากเมืองบริสตอลก็จะอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้165กิโลเมตร ตั้งอยู่ในหุบเขาและห้วงแม่น้ำAvon
ตอนที่ไปถึงได้สัมผัสถึงความมีชีวิตชีวามากๆ หลากหลายของผู้คนที่มาเยือนเพิ่มเสน่ห์ให้กับเมืองนี้มาก คล้ายๆกับเมืองFlorence หรือVeniceที่เคยไปมา
เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงมีร้านขายสินค้าของที่ระลึกจำนวนมาก และรวมถึงคล้ายหาบเร่แผงลอยด้วย
ในเมืองบาธมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ(hot springs)3แห่งด้วยกัน บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดคือที่Roman Sacred Spring ซึ่งมีน้ำผุดจากใต้ดินลึกประมาณ3000เมตร ในน้ำมีแร่ธาติ43ชนิดและน้ำไหลในอัตราประมาณ1,250,000ลิตรต่อวัน
อุณหภูมิสม่ำเสมอของน้ำร้อนวัดได้ถึง46.5องศาเซลเซียส ชาวโรมันได้สร้างRoman Bathsและวิหาร(Temple)ขึ้นรอบบริเวณบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้
หลังจากที่ชาวโรมันเข้ามารุกรานเกาะอังกฤษในสมัยปีคริสต์ศักราช43 ชาวโรมันได้เริ่มสร้างสถานอาบน้ำแร่แบบโรมัน(Roman Spa)ที่เมืองBath(Aquae Sulis) จากการค้นพบอักษรที่จารึกไว้ ทำให้เราได้ทราบว่าสถานที่แห่งนี้มีเกิดขึ้นแล้วในสมัยคศ.75
ชาวโรมันตั้งชื่อสถานที่นี้โดยเรียกรวมกันตามชื่อท้องถิ่นของเทพธิดาแห่งน้ำคือ Sulis ผู้เทียบเท่าเทพธิดาแห่งน้ำของโรมันคือRoman Goddess Minerva
ทิศเหนือของบ่อน้ำร้อนมีการสร้างเสาระเบียงเรียงรายประกอบเป็นวิหาร Sulis Minerva และทิศใต้มีการสร้างสถานที่อาบน้ำแบ่งเป็นห้องต่างๆสำหรับอาบน้ำแร่เพื่อความสะอาดบริสุทธิ์และเพื่อการบำบัดโรค
บ่อน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์(Sacred Spring) ใช้เพื่อวัตถุประสงค์2อย่าง อย่างแรกเพื่อการบูชา ผู้นำเครื่องบูชาต่อเทพธิดา Sulis Minervaจะโยนเครื่องบูชาไว้ทีลานนี้ และอย่างที่2คือใช้เป็นแหล่งเก็บน้ำร้อนไว้ใช้ในเมืองบาธ
หลังจากที่ชาวโรมันได้อพยพไปแล้ว วิหารแห่งนี้ก็ถูกทำลายและสถานที่อาบน้ำก็เสื่อมสลักหักพังและถูกทับถมอยู่ใต้พื้นดิน ต่อมาในศตวรรษที่12มีการสร้างKing's Bathคร่อม ในศตวรรษที่18 เกิดความนิยมในการดื่มน้ำแร่ขึ้นจึงมีการสร้างห้องPump RoomติดกับKing's Bath
ในช่วงปีคศ.1880ได้มีการขุดซากปรักหักพังส่วนใหญ่ที่เหลือของRoman Baths ทำให้ทราบถึงความใหญ่โตที่แท้จริงของสถานที่นี้
|